วันพุธที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2556

วิธีกำจัดกลิ่นตัว



• ปรับพฤติกรรมกำจัดกลิ่น
1. รักษาความสะอาด อาบน้ำให้สะอาด สวมเสื้อผ้าที่สะอาด โดยเลือกเนื้อผ้าที่ใช้เส้นใยจากธรรมชาติ เช่น ผ้าฝ้ายที่ระบายเหงื่อได้ดี ในกรณีที่กลิ่นยังติดอยู่บนเสื้อผ้าซักด้วยผงซักฟอกแล้วยังไม่ออกให้ลองแช่ผ้าในน้ำเกลืออุ่นอย่างน้อย 1 ชั่วโมง โดยใช้เกลือ 3 ช้อนโต๊ะต่อน้ำประมาณ 1 ลิตร
2. ผ่อนคลายความเครียด บางครั้งความเครียดก็มีส่วนทำให้เกิดกลิ่นตัวได้เหมือนกันเพราะร่างกายจะหลั่งสารอดรีนาลีนออกมา
3. ทำดีท็อกซ์ การสะสมสารพิษในร่างกายก็เป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดกลิ่นตัวได้เหมือนกันปัญหานี้ช่วยได้ด้วยการทำดีท็อกซ์
4. ไม่ควรขัดผิวบ่อยๆ เพราะจะทำให้แบคทีเรียที่มีประโยชน์กับร่างกายถูกทำลายทำให้เกิดกลิ่นตัวง่าย ดังนั้นขัดผิว 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ก็พอ


• ลดปัญหากลิ่นตัวด้วยอาหาร
1. กินอาหารหลากหลาย กินโปรตี.นจำพวกธัญพืชต่างๆ ผักสดทั้งใบเขียวและใบเหลือง ผลไม้สดโดยเฉพาะแก้วมังกรวันละ 1 จานเล็กจะช่วยได้ดี หรือน้ำคั้นสดจากผักและผลไม้รวมทั้งกินอาหารที่มีธาตุสังกะสีหรือแมกนีเซียม เช่น ข้าวซ้อมมือ ขนมปังโฮลวีท และอาหารทะเล
2. เลี่ยงการกินอาหารที่มีกลิ่นแรง เช่น กุยช่าย ขิงสด สะตอ หัวหอม กระเทียม และเครื่องเทศต่างๆ รวมถึงเลี่ยงการสูบบุหรี่และเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์
3. เลี่ยงอาหารก่อพิษจำพวกเนื้อสัตว์ใหญ่ ทั้งหมู เนื้อ ไก่ ไข่ ตับ รวมทั้งช็อกโกแลต ลูกเกด ถั่วลิสง เพราะจะทำให้ต่อมไขมันใต้ผิวหนัง ขับไขมันออกมามากโดยเฉพาะใต้วงแขนและที่สำคัญจะก่อให้เกิดสารตกค้างในลำไส้ทำให้เหงื่อมีกลิ่นเฉพาะตัว


• สมุนไพรระงับกลิ่น
1. ใบพลู นำใบพลูมาขยี้แล้วทารักแร้หลังอาบน้ำ เพราะใบพลูมีสรรพคุณในการฆ่าเชื้อจุลินทรีย์และยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียได้หลายชนิด
2. ใบฝรั่ง นอกจากจะช่วยระงับกลิ่นปากได้แล้วใบฝรั่งยังช่วยระงับกลิ่นตัวได้เช่นกัน โดยนำใบฝรั่งประมาณ 10 ใบ มาโขลกให้ละเอียดแล้วทารักแร้ ทิ้งไว้ 5 นาที แล้วอาบน้ำให้สะอาด
3. มะนาว ใช้มะนาวผ่าซีกทาบริเวณรักแร้ขณะอาบน้ำแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด
4. มะขามเปียก คั้นน้ำมะขามเปียกปริมาณพอเหมาะ จากนั้นกรองด้วยผ้าขาวบางใช้น้ำมะขามแทนสบู่ตอนอาบน้ำ มะขามเปียกจะช่วยกำจัดเซลล์ที่ตายแล้วไม่ให้เกิดการหมักหมม


• สารพัดสารขจัดกลิ่น
1. สารส้ม ใช้สารส้มถูทาที่รักแร้หลังจากอาบน้ำทุกครั้งโดยทาขณะที่รักแร้ยังเปียกอยู่
2. สารส้มและพิมเสน นำสารส้มสะตุผสมพิมเสนอย่างละเท่าๆ กัน บดให้ละเอียดแล้วผสมแป้งฝุ่นหรือดินสอพอง หยดน้ำลงไปนิดหน่อยทาที่รักแร้ปล่อยให้แห้ง
3. ปูนแดง ใช้ปูนแดงผสมน้ำทารักแร้หลังอาบน้ำ เพื่อใช้ความเป็นด่างของปูนแดงช่วยปรับภาวะกรดในร่างกายที่ขับแบคทีเรียออกมาบนผิวหนัง (อย่าใช้ปูนแดงปริมาณมากเกินไปเพราะจะทำให้กัดผิวได้)
4. สารสกัดจากสะระแหน่ หยดน้ำมันที่สกัดจากสะระแหน่ 2-3 หยด ใส่ลงในอ่างอาบน้ำ เพราะสะระแหน่มีคุณสมบัติเป็นยาดับกลิ่นตามธรรมชาติอยู่แล้ว


• วิตามินต้านกลิ่นกาย
- วิตามินบี 1 ปริมาณ 50 มิลลิกรัมวันละ 2 ครั้งไปในระยะหนึ่งก่อน เมื่ออาการเริ่มดีขึ้นแล้วให้ลดลงเหลือปริมาณ 20-30 มิลลิกรัม วันละครั้งติดต่อกันประมาณหนึ่งปีทั้งนี้เพื่อควบคุมอาการ
- วิตามินบีคอมเพล็กซ์ 25,000 I.U. หนึ่งวันต่อสัปดาห์
- วิตามินซี เพื่อผ่อนคลายความเครียดอันเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดกลิ่นกาย
- นอกจากนี้ควรกิน วิตามินบี6 แมกนีเซียม และ สังกะสีในปริมาณที่พอเหมาะร่วมด้วย


Tip +
- วิธีกำจัดกลิ่นตัวอย่างง่ายในออฟฟิศใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำสะอาดหยดโคโลญเล็กน้อยหรือจะใช้น้ำมันหอมกลิ่นที่ชอบก็ได้ เช็ดใต้วงแขนหรือแผ่นหลัง สัก 1-2 รอบ จะรู้สึกสบายตัวเหมือนอาบน้ำเสร็จใหม่ๆ เป็นวิธีขจัดเหงื่ออย่างได้ผลและไม่เกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์ตามมาอีกด้วย

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น